มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก รับผิด กรณีข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล 50 ล้านคน ให้ทีมหาเสียงทรัมป์


มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

            มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก รับผิด กรณีข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านคน รั่วไหลไปยังบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล ที่รับผิดชอบแคมเปญหาเสียง โดนัลด์ ทรัมป์ ยันมีการดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงขึ้น

            นับเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ของเฟซบุ๊กเลยทีเดียว ภายหลังจากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เกิดกรณีเคมบริดจ์ อะนาลิติกา (The Cambridge Analytica) บริษัทวิจัยข้อมูลในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นทีมแคมเปญหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากกว่า 50 ล้านคน ผ่านทางแอปพลิเคชันแบบสอบถาม ของศาสตราจารย์อเล็กซานเดอร์ โคแกน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่ผู้ทำแบบสอบถามจะต้องยินยอมแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวทางเฟซบุ๊ก รวมทั้งรายชื่อเพื่อนก่อน ซึ่งถือว่าไม่ขัดต่อนโยบายของเฟซบุ๊ก กระทั่ง โคแกน ได้นำข้อมูลผู้ใช้ดังกล่าวส่งต่อไปให้ยังบุคคลที่ 3 อย่าง เคมบริดจ์ อะนาลิติกา จึงนำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยในนโยบายและการป้องกันความเป็นส่วนตัวของเฟซบุ๊ก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเฟซบุ๊ก

            ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ เฟซบุ๊ก ได้ออกมาเผยถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า ทางเฟซบุ๊กมีหน้าที่ป้องกันข้อมูลของผู้ใช้ หากไม่เช่นนั้นก็ไม่สมควรที่จะให้บริการ โดยตอนนี้ทางเฟซบุ๊กกำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก ซึ่งยอมรับว่าได้มีการดำเนินการมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังเกิดความผิดพลาดขึ้น

            โดยมาร์ค ระบุว่า ภายหลังจากทราบว่า โคแกน ได้ส่งต่อข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กไปยัง เคมบริดจ์ อะนาลิติกา ก็ได้มีการแบนแอปพลิเคชันดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กทันที ตลอดจนจำกัดการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้จากผู้พัฒนาแอปพลิเคชันในรูปแบบเดียวกันกับ โคแกน


โดนัลด์ ทรัมป์
ภาพจาก Evan El-Amin / Shutterstock.com

            รวมทั้งให้โคแกน และเคมบริดจ์ อะนาลิติกา ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ได้ลบข้อมูลดังกล่าวทิ้งไปจริง กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางมาร์คเพิ่งจะทราบเรื่องว่า ทาง เคมบริดจ์ อะนาลิติกา ไม่ได้ลบข้อมูลดังกล่าว ทางเฟซบุ๊กจึงแบนการเข้าถึงบริการของเฟซบุ๊กทั้งหมด แต่ทั้งนี้ ทาง เคมบริดจ์ อะนาลิติกา ได้อ้างว่าพวกเขาลบข้อมูลดังกล่าวไปแล้วจริง ๆ พร้อมทั้งยินยอมให้ตรวจสอบทางกฎหมาย โดยบริษัทที่ทางเฟซบุ๊กจ้างไปโดยเฉพาะเพื่อยืนยันให้แน่ชัด

            อย่างไรก็ดี มาร์ค เผยว่านั่นเป็นกรณีพิพาทระหว่าง โคแกน, เคมบริดจ์ อะนาลิติกา และเฟซบุ๊ก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งกรณีพิพาทในความไม่ไว้วางใจระหว่างเฟซบุ๊กและผู้ใช้งาน ซึ่งทางเฟซบุ๊กมีความเป็นกังวลในเรื่องดังกล่าว และทางเฟซบุ๊กจะต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงให้มากขึ้น

            มาร์คระบุว่า ขั้นตอนการดำเนินการในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 ที่ทางเฟซบุ๊กได้มีการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ ซึ่งช่วยลดการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ รวมทั้งมีการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบสำหรับแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อข้อมูลกับเฟซบุ๊ก ซึ่งหากผู้พัฒนาแอปฯ รายใดไม่ยินยอมให้ตรวจสอบก็จะถูกแบนจากทางเฟซบุ๊กไป

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

            ทั้งนี้ทางเฟซบุ๊กจะทำการกำหนดการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กต่อนักพัฒนาแอปฯ ให้เข้มงวดมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ไม่ได้เล่นแอปฯ ใดนาน 3 เดือน ทางเฟซบุ๊กก็จะลบข้อมูลผู้ใช้ออกจากแอปฯ ดังกล่าว รวมทั้งจะลดข้อมูลที่ทางเฟซบุ๊กเชื่อมต่อกับทางแอปฯ ให้เหลือเพียงแค่ ชื่อ รูปโปรไฟล์ และอีเมล เท่านั้น นอกจากนี้ ทางเฟซบุ๊กจะให้ทางผู้ใช้ได้ทราบว่ามีแอปฯ ใดบ้างที่ผู้ใช้ยินยอมการเข้าถึงข้อมูล โดยทางเฟซบุ๊กได้เพิ่มเครื่องมือการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในส่วนดังกล่าวนี้ให้กับผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าไปจัดการได้


            สุดท้ายนี้ ทางมาร์ค หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรณีดังกล่าวนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ทางเฟซบุ๊กได้เรียนรู้จากความผิดพลาดดังกล่าว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กต่อไปในอนาคต 

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก money.cnn.com, เฟซบุ๊ก Mark Zuckerberg

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก รับผิด กรณีข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล 50 ล้านคน ให้ทีมหาเสียงทรัมป์ โพสต์เมื่อ 22 มีนาคม 2561 เวลา 12:04:55 7,216 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP

คิดอย่างไรกับเรื่อง: มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก รับผิด กรณีข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล 50 ล้านคน ให้ทีมหาเสียงทรัมป์ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !